king1

ในหลวงตรัสมีความสุขบ้านเมืองต้องปกติ
ข่าววันที่ 5 ธันวาคม 2552 แหล่งข่าวจาก สยามรัฐ สยามรัฐ
        พระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จออกมหาสมาคม ณ พระที่นั่งอัมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง พระราชทานวโรกาสให้พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น.ขบวนรถยนต์พระที่นั่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และพระบรมวงศานุวงศ์ ถึงยังพระที่นั่งอัมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระราชทานวโรกาสให้ พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ต่อมาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามบรมราชกุมาร ถวายพระพรชัยมงคล ในนามของพระบรมวงศานุวงศ์
       ใน การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงฉลองพระองค์ชุดสายจักรี เสด็จประทับบนรถเข็น ทรงแย้มพระโอษฐ์ และโบกพระหัตถ์ ทักทายประชาชนที่เฝ้ารอรับเสด็จอยู่เป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ประชาชนบางราย ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เมื่อได้เห็นพระองค์ท่าน
            พร้อม กันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชดำรัสตอนหนึ่งว่า ความสุขของข้าพเจ้าจะมีได้บ้านเมืองต้องปกติสุขมั่นคง พร้อมทรงแนะคนตำแหน่งสำคัญในสถาบันหลักรู้หน้าที่ใช้สติคิดสุจริต
         สำหรับ พระราชพิธีพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 5 ธันวาคม 2552 นั้น เวลา 10.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ไปยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อเสด็จออกมหาสมาคม และตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. สำนักพระราชวังได้จัดที่สำหรับลงพระนามและลงนามถวายพระพรไว้ที่ศาลาสหทัย สมาคม ในพระบรมมหาราชวัง
          เวลา 10.30 น. เทียบรถยนต์พระที่นั่งที่พระทวารเทเวศรรักษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เสด็จฯ ประทับรถไฟฟ้าเข้าพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และทุกพระองค์ จากนั้นสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าอยู่เธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชสุดา และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ทรงยืนเฝ้าฯหน้าแถวพระบรมวงศ์ ใกล้มุมเสาด้านซ้ายพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร
          หมายกำหนดการในหลวงเสด็จฯ
          พระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ขึ้นประทับบนพระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์ หน้าพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร พร้อมแล้วเจ้าพนักงานรัวกรับและเปิดพระวิสูตร ชาวพนักงานประโคมกระทั่งแตรมโหระทึก ทหารกองเกียรติยศถวายเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี
          เมื่อ สุดเสียงประโคมแล้ว สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จออกยังหน้าพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร กราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพรชัยมงคลแทนพระบรมวงศานุวงศ์ แล้วนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา กราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพรชัยมงคล ตามลำดับ
          จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสตอบ จบแล้ว เจ้าพนักงานรัวกรับและปิดพระวิสูตร ชาวพนักงานประโคมกระทั่งแตรมโหระทึก  ทหาร กองเกียรติยศถวายเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี หลังจากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯลงจากพระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์ ประทับรถไฟฟ้า ออกจากพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย แล้วเสด็จฯประทับรถยนต์พระที่นั่งที่พระทวารเทเวศรรักษา พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าอยู่เธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชสุดา และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา เสด็จพระราชดำเนินกลับ
          ขณะที่พสกนิกรทุกหมู่เหล่า ต่างสวมใส่เสื้อสีชมพู เดินทางมาจับจองพื้นที่บริเวณสนามหญ้าทั้งสองฝั่ง บน ถ.อมรวิถี ภายในพระบรมมหาราชวัง หลัง สำนักพระราชวัง เปิดประตูวิเศษไชยศรี ให้ประชาชนมารอเฝ้ารับเสด็จ

ปักหลักเฝ้า รับเสด็จในหลวง ข่าวสด

ออกมหาสมาคม พระราชพิธี5ธค. พสกนิกรค้างคืน ศิริราช-ทางเสด็จ คลื่นคนหลั่งไหล ชมงานวันเฉลิม



อลังการ - แสงสีอันอลังการตระการตา ประดับประดาตามถนนราชดำเนิน เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา 5 ธันวาฯ เมื่อค่ำคืน 4 ธ.ค.

พสกนิกรทุกหมู่เหล่า ใจจดจ่อเฝ้ารอรับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัวทรงออกมหา สมาคมในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวามหาราช ต่างปลาบปลื้มปีติปักหลักนอนค้างที่ร.พ.ศิริราชตั้งแต่วันที่ 4 ธ.ค. ขณะเดียวกันยังจับจองพื้นที่ตลอดเส้นทางเสด็จพระราช ดำเนินมายังพระบรมมหาราชวัง เพื่อเตรียมถวายพระพร และชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด สำนักพระราชวังงดให้ลงนามถวายพระพรที่ศิริราชในวันที่ 5 ธ.ค. จัดให้ลงนามในพระบรมมหาราชวังแทน

วันมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวามหาราช ที่ปวงประชาชาวไทยจดจ่อเฝ้ารอถวายพระพร และชื่นชมพระบารมีพ่อหลวงของแผ่นดินก็มาถึง โดยเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานหมายกำหนดการพระราชพิธีวันเฉลิมพระชนม พรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันเสาร์ที่ 5 ธ.ค. ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระตำหนักจิตรลดารโหฐานพระราชวัง ดุสิต ไปยังพระบรมมหาราชวัง เข้าทางประตูวิเศษไชยศรี เทียบรถยนต์พระที่นั่งที่หน้าพระทวารเทเวศรรักษา

เวลา 10.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จออกพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับเหนือพระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์ บนพระราชบัลลังก์ภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉัตร มหาดเล็กรัวกรับ ชาวม่านไขพระวิสูตร เจ้าพนักงานชูพุ่มดอกไม้ทองให้สัญญาณชาวพนักงานกระทั่งแตร มโหระทึก ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ยิงปืนใหญ่เฉลิมพระเกียรติฝ่ายละ 21 นัด

สมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชการ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ครั้นสุดเสียงประโคมแล้ว สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร นายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภา กราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพรชัยมงคลตามลำดับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสตอบ จบแล้ว มหาดเล็กรัวกรับ ชาวม่านปิดพระวิสูตรเจ้าพนักงานชูพุ่มดอกไม้ทองให้สัญญาณ ชาวพนักงานประโคมเช่นเวลาเสด็จออก ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราช ดำเนินไปประทับรถยนต์พระที่นั่งที่พระทวารเทเวศรรักษา เสด็จพระราชดำเนินกลับ

เวลาบ่าย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ณ วัดพระศรีรัตน ศาสดาราม

รถยนต์พระที่นั่งเทียบที่ประตูเกยหลังวัดพระศรีรัตนศาสดา ราม เสด็จพระราชดำเนินไปยังมุขหน้าพระอุโบสถ บรรพชิตจีนและญวนถวายพระพรชัยมงคล แล้วเสด็จเข้าสู่พระอุโบสถทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร พระสัมพุทธพรรณี และพระพุทธรูปฉลองพระองค์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัส การแล้วทรงจุดเทียนบูชาเทพดานพเคราะห์

พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ นวัคคหายุสมธัมม์ โหรหลวงบูชาเทพดานพเคราะห์ เสด็จลงสู่มุขหน้าพระอุโบสถ ข้าทูลละอองธุลีพระบาทผู้สูงอายุฝ่ายหน้า-ฝ่ายในที่ได้รับพระราชทานราชสังค หวัตถุ จำนวน 83 คน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เสด็จพระราชดำเนินจากพระอุโบสถ ไปประทับรถยนต์พระที่นั่งที่ประตูเกยหลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ไปเทียบที่หน้าพระทวารเทเวศรรักษา เสด็จเข้าสู่พระที่นั่งอมรินทร วินิจฉัย

เวลา 17.30 น. รถยนต์พระที่นั่งเทียบที่หน้าพระทวารเทเวศรรักษา เสด็จเข้าสู่พระที่นั่ง อมรินทรวินิจฉัย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อาลักษณ์ สำนักอาลักษณ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี อ่านประกาศกระแสพระบรมราชโองการสถาปนาสมณศักดิ์ชั้นสมเด็จพระราชาคณะ และรองสมเด็จพระราชาคณะ จบแล้ว พระสงฆ์ 10 รูป เจริญชัยมงคลคาถา ชาวพนักงานลั่นฆ้องชัย ประโคม สังข์ แตร ดุริยางค์

รถแต่งไฟฟ้า

อลังการ - แสง สีอันอลังการตระการตา ประดับประดาตามถนนราชดำเนิน เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา 5 ธันวาฯ เมื่อค่ำคืน 4 ธ.ค.



จากนั้นทรงประเคน สุพรรณบัฏและหิรัญบัฏ พัดยศ ผ้าไตร เครื่องประกอบสมณศักดิ์แด่สมเด็จพระราชาคณะและรองสมเด็จพระราชาคณะที่ได้ทรง พระกรุณาโปรดสถาปนาตามลำดับ จากนั้นทรงประเคนสัญญาบัตร พัดยศ แด่พระสงฆ์ซึ่งได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ใหม่อีกตามลำดับ พระสงฆ์ที่ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ถวายอนุโมทนา สมเด็จพระราชาคณะถวายอดิเรก เจ้าพนักงานกองศาสนูปถัมภ์ กรมการศาสนา นิมนต์พระสงฆ์ 83 รูป ซึ่งจะเจริญพระพุทธมนต์การพระราชพิธีเฉลิมพระชนม พรรษาเข้านั่งอาสนะในพระที่นั่ง ทรงจุดเทียนพระมหามงคล เทียนเท่าพระองค์และธูปเทียนบูชาพระพุทธรูป เทวรูปพระเคราะห์แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการ ทรงศีล แล้วพระสงฆ์ 83 รูปเจริญพระพุทธมนต์ การพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ระหว่างพระสงฆ์เจริญพระ พุทธมนต์ เสด็จขึ้นพระที่นั่งไพศาลทักษิณทางพระทวารเทวราชมเหศวร ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระสยามเทวาธิราช แล้วเสด็จออกพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ จบแล้ว สมเด็จพระราชาคณะถวายอดิเรก เสด็จพระราชดำเนินไปประทับรถยนต์พระที่นั่งที่พระทวารเทเวศรรักษาเสด็จพระ ราชดำเนินกลับ

อนึ่ง ในวันนี้ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ถึงเวลา 17.00 น. สำนักพระราชวังจะจัดที่สำหรับลงพระนามและลงนามถวายพระพรไว้ในพระบรมมหาราชวัง

วัน อาทิตย์ที่ 6 ธ.ค. ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ยังพระบรมมหาราชวัง

เวลา 10.30 น.เสด็จขึ้นพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระสยามเทวาธิราช แล้วเสด็จออกพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยทางพระทวารเทวราชมเหศวร ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูป เทวรูปพระเคราะห์ แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพระสงฆ์ถวายพรพระ จบแล้ว ทรงประเคนภัตตาหาร พระสงฆ์รับพระ ราชทานฉันเสร็จแล้ว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ วัดปากน้ำ ถวายพระธรรมเทศนามงคลวิเศษกัณฑ์ 1 จบแล้ว พระสงฆ์ถวายพระพร ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรม เครื่องบูชากัณฑ์เทศน์ จากนั้นทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมแด่สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก เสด็จพระราชดำเนินไปประทับรถยนต์พระที่นั่งที่พระทวารเทเวศรรักษา เสด็จพระราชดำเนินกลับ

เจ้าพนักงานตั้งบายศรี แก้ว ทอง เงิน เวียนเทียนสมโภชดวงพระบรมราชสมภพ

วัน อังคารที่ 8 ธ.ค. เวลา 17.30 น. ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ เสด็จออก ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา คณะทูตต่างประเทศ และผู้แทนฝ่ายกงสุล เฝ้าทูลละอองพระบาท ถวายพระชัยมงคลในการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา มีพระราชดำรัสตอบ ได้เวลาสมควรเสด็จฯกลับ

อนึ่ง ภายหลังเวลาเสด็จขึ้นแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ ประธานองคมนตรีและคณะองคมนตรีปฏิบัติหน้าที่ในการต้อนรับคณะทูตต่างประเทศ และผู้แทนฝ่ายกงสุลในงานเลี้ยงรับรอง

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 4 ธ.ค.ที่บริเวณลานหน้าองค์พระศรีศากยะทศพลญาณ ประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์ พุทธมณฑล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงานปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา 5 ธันวาคม 2552 เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในงานปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ โดยมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดสระเกศ ประ ธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายกฯถวายเครื่องสักการะพร้อมกล่าวถวายรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงาน และถวายจตุปัจจัยไทยธรรม

จากนั้นสมเด็จพระพุฒาจารย์กล่าว สัมโมทนียกถา เปิดงานตอนหนึ่งว่า ประเทศไทยมีลักษณะพิเศษคือมี 3 สถาบัน เช่นเดียวกับพระรัตนตรัย โดยสถาบันพระมหากษัตริย์และสถาบันศาสนาทำให้คนไทยมีหลักปฏิบัติทั้งกาย และใจ แม้ว่าการปฏิบัติธรรมในปัจจุบันจะหย่อนยานไปบ้างแต่ก็สามารถสืบทอดมาจนถึง ปัจจุบันได้ ประเทศไทยมีส่วนประกอบที่ดี 2 ประการ คือ ใจดี กายดี ซึ่งถือเป็นความดีพร้อมของชาวไทย

"การปฏิบัติธรรมแม้ดูเผินๆ เหมือนมุ่งด้านจิตใจอย่างเดียวแต่ถ้าจิตใจมั่นคงในคุณธรรม จริยธรรมแล้ว ความมั่นคงอื่นๆ ก็จะเกิดขึ้น ดังนั้นการปฏิบัติธรรมจึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะสร้างความมั่นคงเข้มแข็งให้ กับบ้านเมือง" สมเด็จพระพุฒาจารย์ กล่าวสัมโมทนียกถา

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อคืนเปิดงานคืนแรกประชาชนมาร่วมงานกันอย่างเนืองแน่นเต็มถนนราชดำเนิน เพื่อแสดงความจงรักภักดี ภาพการจัดงานจึงออกมาอย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งรัฐบาลจัดงานต่อเนื่องไปถึงวันที่ 13 ธ.ค. โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนที่กำลังเครียดมีโอกาสเฉลิมฉลองแสดงความจงรักภักดี ให้เห็นพลังของบ้านเมืองอย่างแท้จริง ถือเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม แต่น่าเสียดายที่ประชาชนต่างจังหวัดไม่มีโอกาสมาชม ตนได้สั่งการฝ่ายประชาสัมพันธ์ถ่ายทอดทางทีวีโดยสลับกับช่องต่างๆ ถึงบรรยากาศการจัดงานเพื่อให้ประชาชนต่างจังหวัดได้รู้สึกมีส่วนร่วมกับ บรรยากาศงานดังกล่าว

นายสุเทพกล่าวอีกว่า สำหรับขบวนพาเหรดรถประดับไฟจะมีต่อเนื่องตลอดการจัดงาน นอกจากนี้งานบนถนนราชดำเนินจะมีไปถึงวันที่ 7 ธ.ค. เป็นคืนสุดท้าย ยกเว้นถ้าประชาชนยังติดใจจะพิจารณาอีกครั้ง ส่วนที่ลานพระบรมรูปทรงม้าจะสิ้นสุดวันที่ 13 ธ.ค. สำหรับท้องสนามหลวงจะมีการจัดงานต่อเนื่องทุกคืน คิดว่าทุกคนจะออกมาชมงานกันอย่างทั่วถึง

วันเดียวกันที่ร.พ.ศิริราช วันที่ 77 ที่พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินมาประทับรักษาพระวรกาย ณ ชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันมีคณะบุคคล และประชาชนจากทั่วประเทศ มาลงนามถวายพระพรกันอย่างเนืองแน่น ส่วนใหญ่มาเป็นหมู่คณะ และสวมชุดสีชมพู อาทิ พระรักเกียรติ รักขิตธัมโม หรือนายรักกียรติ สุขธนะ อดีตรมว.สาธารณสุข จากวัดศิรินทราวาส อ.โนน สะอาด จ.อุดรธานี นำคณะนักเรียนจากโรงเรียน กุมภวาปี จ.อุดรธานี

พระรักเกียรติกล่าว ว่า หลังจากพ้นโทษก็บวชถวายในหลวง เพราะได้รับพระราชทานอภัยโทษถึง 2 ครั้ง นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้น เมื่อมีโอกาสได้พานักเรียนที่ได้สั่งสอนมาร่วมลงนามถวายพระพร ชีวิตที่เหลืออยู่จะทำความดีถวายในหลวง รวมทั้งให้ความรู้กับนักโทษในเรือนจำ จังหวัดอุดรธานี หนองบัว ลำภู สั่งสอนให้รู้จักใช้ชีวิตอย่างพอเพียง และอยู่ในความสงบ ไม่หลงในลาภยศสรรเสริญ ที่ผ่านมาตนใช้ชีวิตประมาทและลุ่มหลงในลาภยศจึงต้องไปชดใช้กรรมในเรือนจำ

ที่ ศาลหลักเมือง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม เป็นประธานจัดกิจกรรมมหามงคล เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครบรอบ 82 พรรษา โดยมีพิธีบวงสรวงองค์พระศาลหลัก เมือง พระสยามเทวาธิราช และดวงพระวิญญาณองค์สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า ทำบุญถวายมหาสังฆทาน และถวายอาเศียรวาทสดุดีเฉลิมพระเกียรติ โดยมี พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผบ.ทร. พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ. และนายทหารชั้นผู้ใหญ่กระทรวงกลาโหมร่วมพิธี

ที่ห้องประชุมใหญ่ บช.น. พล.ต.ต.วิมล เปาอินทร์ รรท.รองผบช.น. ดูแลงานกิจการพิเศษ เรียกประชุมตำรวจ ทหาร กทม.และเจ้าหน้าที่พยาบาล เตรียมความพร้อมดูแลความปลอดภัยและการจราจร จากนั้นพ.ต.อ.ปิยะ อุทาโย รรท.ผบก.ประจำ ผบช.น. ในฐานะผู้ช่วยโฆษกตร. แถลงว่า วันพรุ่งนี้จะมีภารกิจหลายส่วน วันนี้จึงมาซักซ้อมรายละเอียดเชิงลึก

พ.ต.อ. ปิยะกล่าวต่อว่า ประเด็นแรก ให้เจ้าหน้าที่ทุกนายทำความเข้าใจถึงภารกิจระเบียบปฏิบัติ อย่างน้อย 3 ส่วน 1.เนื่องจากในวันที่ 5 ธ.ค.จะมีหมายกำหนดการในการเสด็จฯของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมวงศานุวงศ์ ตั้งแต่เวลาเช้าจนถึงเย็น ดังนั้นเจ้าหน้าที่ทุกนายต้องรับทราบภารกิจถวายความปลอดภัย 2.การดูแลความปลอดภัยของประชาชน ประชา สัมพันธ์ให้รับทราบถึงแนวทางเฝ้าฯรับเสด็จตามเส้นทางที่เสด็จฯ แล้วดูแลความปลอดภัย ประชาชนที่มาร่วมงานหลังจากการรับเสด็จเสร็จสิ้น 3.กำหนดภารกิจร่วมกันในการดูแลสถานการณ์อื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น การล้วงกระเป๋า ฉกชิงวิ่งราว และเหตุการณ์อื่นที่อาจเกิดขึ้น

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังมีหมายกำหนด การพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จออกมหาสมาคมในพระราชพิธีเฉลิมพระ ชนมพรรษา วันที่ 5 ธ.ค. ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง พสกนิกรทุกหมู่เหล่าต่างปลาบปลื้มปีติ ต่างเฝ้ารอถวายพระพรและชื่นชมพระบารมีอย่างใจจดจ่อ โดยพสกนิกรจำนวนมากปักหลักเตรียมเฝ้าฯ รับเสด็จอย่างใกล้ชิดตลอดเส้นทางพระราชดำเนิน

ขณะที่บริเวณตลาดวัง หลังและถ.เข้าสู่ท่าน้ำศิริราช เหล่าพ่อค้าแม่ค้าในละแวกดังกล่าวต่างร่วมกันตกแต่งประดับประดาธงธิวบนถนน เตรียมเฝ้าฯ รับเสด็จในวันที่ 5 ธ.ค. ทั้งนี้ ยังส่งผลให้เสื้อโปโลสีชมพู และเชิงเทียนพลาสติกสำหรับจุดเทียนชัยถวายพระพร ในคืนวันที่ 5 ธ.ค. ขายดีกว่าปกติ

แม่ค้าเจ้าของร้านกังหันทองตั้งอยู่ตรงข้ามประตูทาง เข้าร.พ.ศิริราช กล่าวว่า ยอดขายเสื้อสีชมพูวันนี้วันเดียวขายได้ถึงกว่า 700 ตัว คนมาซื้อนั้นมีทุกเพศทุกวัย แม้แต่ฝรั่งยังซื้อเพราะทราบว่าจะเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาของในหลวง จึงหวังร่วมใส่เสื้อชมพูเพื่อถวายพระพรด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ช่วงเย็นวันที่ 4 ธ.ค. บริเวณลานพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ประชาชนจำนวนมากเริ่มทยอยมาจับจองพื้นที่เพื่อเตรียมเฝ้าฯรอรับเสด็จกัน อย่างเนืองแน่น โดยส่วนใหญ่ตั้งใจปักหลักนอนค้างคืนภายในบริเวณร.พ.ศิริราช ด้วยความหวังถวายพระพรและชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด

น.ส.ดลนภา กลัดบุปผา ครูโรงเรียนกวดวิชา วัย 31 ปี กล่าวว่า ตั้งใจมานอนค้างเพราะบ้านอยู่ไกล เกรงว่ามาเฝ้าฯ รับเสด็จไม่ทัน ส่วนตัวมองว่าวันพ่อปีนี้สำคัญมาก เพราะในหลวงประทับอยู่ที่รพ.ศิริราช ดังนั้นไม่ว่าจะหนาวหรือง่วงแค่ไหนก็ไม่หวั่น ขอให้ได้มีส่วนร่วมถวายพระพรในวันเฉลิมฯ ที่ร.พ.ศิริราช เพื่อให้ทรงทราบถึงความรักของประชาชนที่มีต่อพระองค์

ขณะที่นางสุว รรณา เคนน้ำเที่ยง วัน 54 ปี กล่าวว่า การนอนค้างเพื่อรับเสด็จไม่ถือว่าลำบากแต่อย่างใด เพราะในหลวงลำบากเพื่อพวกเรามามาก นอกจากนี้ยังตั้งใจมาจุดเทียนชัยถวายพระพรในหลวงที่ร.พ.ศิริราช เพื่อให้ทรงมีพระชนมายุยืนนาน เป็นมิ่งขวัญประชาชนชาวไทยตลอดไป

ส่วน บริเวณโดยรอบร.พ.ศิริราช เจ้าหน้าที่ระดมทำความสะอาดถนนและอาคารต่างๆ เพื่อเตรียมรับเสด็จ เช่นเดียวกับที่ศาลาศิริราช 100 ปี เจ้าหน้าที่สำนักราชวังเก็บโต๊ะลงนามถวายพระพร พร้อมทำความสะอาดภายในทั้งหมด นอกจากนี้ยังนำโต๊ะหมู่บูชาและพานพุ่ม มาตั้งไว้ที่พระรูปหล่อสมเด็จย่า เตรียมไว้กรณีเสด็จฯ มาถวายสักการะพระรูปหล่อสมเด็จย่า เหมือนที่เคยปฏิบัติ

สำหรับการ ลงนามถวายพระพรในวันที่ 5 ธ.ค. ที่ศาลาศิริราช 100 ปีนั้น สำนักพระราชวังแจ้งว่าจะงดลงนาม 1 วัน โดยจัดเตรียมพื้นที่บริเวณศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง ไว้ให้ประชาชนลงนามถวายพระพรแทน และจะเปิดให้ลงนามถวายพระพรที่ร.พ.ศิริราช ตามปกติอีกครั้งในวันที่ 6 ธ.ค.

<<กลับหน้าแรก>>