พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ได้เห็นในหลวงชาวไทยปลื้มปีติ มีพระพักตร์สดใส


เสด็จฯรอบ"ศิริราช"รับเสด็จไม่คาดฝันหลั่งนํ้าตาก้มกราบ

“ในหลวง” เสด็จฯวันปิยมหาราช ทรงมีพระพักตร์สดใส ประทับรถเข็นไฟฟ้าลงมาจากอาคารเฉลิมพระเกียรติ ถวายพระราชสักการะพระบรมรูป รัชกาลที่ 5 จากนั้นเสด็จฯทอดพระเนตรรอบบริเวณรพ.ศิริราช นานเกือบ 30 นาทีเต็ม ทรงแย้มพระสรวลโบกพระหัตถ์ ให้กับพสกนิกรที่มีโอกาสรับเสด็จฯ ท่ามกลางเสียงทรงพระเจริญดังสนั่นกึกก้อง ประชาชนที่ได้รับเสด็จใกล้ชิดแบบไม่คาดฝัน ถึงกับหลั่งน้ำตาก้มกราบแนบพื้น หลังจากเห็นพระองค์ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงขึ้น ส่วนชาวไทยทั้งประเทศที่ได้เห็นภาพข่าว สุดปลื้มปีติไม่แพ้กัน ด้านสื่อต่างประเทศรายงานข่าวทั่วโลกทันควัน ขณะที่บรรยากาศการลงนามถวายพระพร ประชาชนทุกหมู่เหล่าเดินทางมาเนืองแน่น มีทั้งมิสทีนไทยแลนด์ 2009 รวมไปถึง “ไบรอัน ร็อบสัน” มาพร้อมทีมฟุตบอลชาติไทย

สืบเนื่องจากทางสำนักพระราชวัง แถลงการณ์เรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ มาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ฉบับที่ 33 เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 22 ต.ค. ใจความว่า พระอาการโดยทั่วไปดี พระกำลังพระวรกายแข็งแรงขึ้น เสวยพระกระ ยาหารและทรงพระบรรทมเป็นปรกติ คณะแพทย์ฯ ยังคงถวายพระโอสถปฏิชีวนะจนครบกำหนด และถวายพระกระยาหารบำรุงตามหลักโภชนาการต่อไป ต่อจากนี้สำนักพระราชวังจะได้ยุติการออกแถลงการณ์ประจำวัน แต่จะประกาศให้ทราบเมื่อพระอาการเปลี่ยนแปลง

*“ในหลวง”เสด็จวันปิยมหาราช
   
เมื่อวันที่ 23 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เสด็จฯ มาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย. รวมเวลาที่ประทับจนถึงวันนี้รวม 34 วันพอดี โดยยังคงมีพสกนิกรทุกหมู่เหล่าเดินทางมาลงนามถวายพระพรอย่างต่อเนื่อง กระทั่งเวลา 12.30 น. ถือเป็นวันที่ประชาชนชาวไทยทั้งแผ่นดินต่างปลื้มปีติยินดียิ่งนัก เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ลงจากชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ รพ.ศิริราช ประทับรถเข็นไฟฟ้าไปยังอาคารสยามินทร์ ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 50 เมตร นำพวงมาลัยมาถวายพระราชสักการะพระบรมรูปหล่อ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งประดิษฐานอยู่ด้านหน้าอาคาร เนื่องในโอกาสวันปิยมหาราช 23 ต.ค.

*ทรงมีพระพักตร์สดใส
   
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงฉลองพระองค์เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนแขนสั้นลายตารางสีขาว สวมสนับเพลาสีกรมท่า ทรงมีพระพักตร์ที่สดใส เสด็จฯประทับบนรถเข็น ไฟฟ้า โดยมี นพ.ประดิษฐ์ ปัญจวีณีน อาจารย์ ประจำวิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ม.มหิดล ซึ่งเป็นแพทย์ประจำพระองค์เป็น ผู้เข็นรถถวาย พร้อมด้วย นพ.ธีรวัฒน์ กุลท นันทร์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ม.มหิดล คณะแพทย์พยาบาล และนายทหารคอยติดตามอย่างใกล้ชิด จากนั้นได้เสด็จฯ ต่อมายัง ศาลาศิริราช 100 ปี ซึ่งอยู่ห่างไปประมาณ 100 เมตร ถวายสักการะพระรูปสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ก่อนเสด็จฯต่อไปยังลานพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก  เพื่อถวายพวงมาลัยมาสักการะ

*ชาวไทยตื่นตะลึงปลื้มปีติ
   
ขณะที่ประชาชนทุกหมู่เหล่าจำนวนมากที่เดินทางมาลงนามถวายพระพรทุกคนต่างตื่น ตะลึงไม่คาดฝันว่าจะมีโอกาสได้รับเสด็จใกล้ชิด พร้อมใจพนมมือเปล่งเสียง  “ทรงพระเจริญ” เสียงดังกึกก้อง หลายคนปลาบปลื้มปีติถึงกับกลั้นน้ำตาไม่ไหว ร่ำไห้ก้มลงกราบแทบพื้นที่เห็นพระองค์ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงดีขึ้น อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าเฝ้าฯ ใกล้ชิด ต่อจากนั้นเสด็จฯ ไปยังอาคาร 100 ปีสมเด็จพระศรีนครินทร์ ทอดพระเนตรนิทรรศการ “สัปดาห์ ปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี” ที่ทางโรงพยาบาลจัดขึ้นในโอกาสคล้ายวันพระราชสมภพ ครบ 109 ปี วันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา

*เสด็จฯรอบอาคาร30นาที
   
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้คณะแพทย์เข็นรถถวายเพื่อเสด็จพระราชดำเนินไปยัง อาคารโรคหัวใจ ผ่านหน้าร้านหนังสือนายอินทร์ ร้านกาแฟดอยตุง และรอบอาคารต่าง ๆ นานเกือบ 30 นาทีเต็ม ทำให้ประชาชนที่มาลงนามถวายพระพรได้มีโอกาสชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด ระหว่างกำลังเสด็จพระราชดำเนินกลับ ตลอดเส้นทางประชาชนยังคงเปล่งเสียงออกมาว่า “ทรงพระเจริญ” ดังสนั่นกึกก้อง ทุกคนต่างพนมมือไหว้ด้วยสีหน้าปลื้มปีติจนน้ำตาไหลซึมออกมาโดยไม่รู้ตัว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแย้มพระสรวลและโบกพระหัตถ์ขวาให้กับประชาชนที่รอ รับเสด็จแล้วจึงเสด็จพระราชดำเนินกลับขึ้นที่ประทับ ไปที่ชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ

*คนไข้ก้มกราบน้ำตาริน
   
ส่วนบรรยากาศภายหลังจากที่ประชาชน  ได้มีโอกาสรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวอย่างไม่คาดฝัน เกือบทุกคนล้วนอยู่ในอาการตื่นเต้นดีใจไม่แตกต่างกันที่ได้เห็นพระองค์ทรงมี พระพลานามัยแข็งแรงอีกทั้งยังมีพระพักตร์สดใสแย้มพระสรวลให้กับพสกนิกรด้วย นายภานุพจน์ จันทิมาธร อายุ 34 ปี ชาว จ.สุรินทร์ ซึ่งมีโอกาสรับเสด็จ กล่าวว่า ตนถูกส่งตัวมาจาก รพ. สุรินทร์ เพื่อมาเข้ารับการผ่าตัดตะโพกขวาที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ มาอยู่ที่ รพ.ศิริราช ได้ 13 วันแล้ว วันนี้ได้มาลงนามถวายพระพรและมีโอกาสรับเสด็จใกล้ชิด ขณะเสด็จฯมายังลานพระราชานุสาวรีย์ฯ พระบรมราชชนก พระองค์ทอดพระเนตรมาหา ตนจึงก้มกราบแนบพื้นน้ำตารินด้วยความดีใจ กล่าวว่า “ทรงพระเจริญ ขอให้พระองค์ท่านทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว”

*พสกนิกรสุดตื้นตันใจ
   
ด้านนางณัฐธนภัสสร์ มณีเอี่ยม อายุ 30 ปี เดินทางมาจากเขตบางซื่อ กท. กล่าวทั้งน้ำตาว่า ดีใจมากจนน้ำตาไหล ไม่สามารถ  พูดออกมาเป็นคำพูดอะไรได้ อยากให้พระ องค์ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว ส่วนนางกิตติมา คงปรีดาเทพ อายุ 67 ปี มาจากเขตบางคอแหลม กล่าวด้วยน้ำตาแห่งความปลาบปลื้มเช่นกันว่า รู้สึกปลาบปลื้มมากที่ได้เห็นพระองค์ท่าน อยากให้พระองค์หายจากพระอาการประชวรอยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้กับคนไทยสืบ ต่อไป
   
นางนิติยา ยิ้มแย้ม อายุ 72 ปี ชาวบางกอกน้อย เดินทางมากับหลาน เพื่อมาลงนามถวายพระพร กล่าวว่า ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้รับเสด็จอย่างใกล้ชิดขนาดนี้ นับเป็นบุญที่มีโอกาสเห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรู้สึกปลื้มปีติมากจน ไม่รู้จะพูดอย่างไร

*สื่อนอกตีข่าวทั่วโลก
   
ด้านสำนักข่าวต่างประเทศทั้งเอพี,  เอเอฟพี และ รอยเตอร์ รายงานข่าวจาก กรุงเทพฯเผยแพร่ไปทั่วโลกในวันเดียวกันนี้ โดยอ้างจากภาพข่าวทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 อสมท ของไทยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชฯ พระมหากษัตริย์ที่ทรงครองราชย์ยาวนานที่สุดในโลก ได้เสด็จออกมาปรากฏพระองค์เป็นครั้งแรกให้พสกนิกรชาวไทยได้รับเสด็จ ณ รพ.ศิริราช หลังจากที่ประทับรักษาอาการประชวร ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยเสด็จฯมาบนรถเข็น แล้วเสด็จฯไปถวายพระราชสักการะพระบรมรูปหล่อ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันปิยมหาราช 23 ต.ค. ท่ามกลางพสกนิกรนับร้อยที่ประนมมือเปล่งเสียงถวายพระพรขอจงทรงพระเจริญ

*มิสทีนฯ2009ถวายพระพร
   
ขณะเดียวกันบรรยากาศการเดินทางมาลงนามถวายพระพรตลอดทั้งวัน ที่ รพ.ศิริราช พสกนิกรจากทั่วทุกสารทิศ ตลอดจนข้าราชการและคณะบุคคล อาทิ นายศรีภูมิ ศุขเนตร กงสุลกิตติมศักดิ์รัฐโมนาโกประจำประเทศไทย, นางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช นายกสมาคมเสริมสร้างครอบครัวให้อบอุ่นและเป็นสุข, คณะครูและนักเรียนจากโรงเรียนเทพอักษร, โรงเรียนดิลกศึกษา, ผู้ชนะเลิศจากการประกวดมิสทีนไทยแลนด์ 2009 นำโดย น้องแคท-เซฟฟานี่ อาวะนิค มิสทีนไทยแลนด์ 2009 ลูกครึ่งไทย-ออสเตรีย พร้อมเพื่อน ๆ สาวงาม “น้องแคท”กล่าวว่า ขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรประชาชนชาวไทย

* “ไบรอัน ร็อบสัน”สุดทึ่ง
   
นอกจากนี้ยังมีนายวรวีร์ มะกูดี  นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์พร้อมด้วย “ไบรอัน ร็อบสัน”อดีตนักฟุตบอลทีมชาติอังกฤษชื่อดัง หัวหน้าโค้ชทีมชาติไทย และ “ซิโก้-เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง” ผู้ช่วยโค้ช นำนักฟุตบอลทีมชาติไทยชุดเอเชี่ยน คัพ และชุดซีเกมส์เดินทางมาลงนามถวายพระพร ทั้งนี้ “ไบรอัน”กล่าวว่า ตนไม่เคยเห็นบรรยากาศแบบนี้มาก่อน รู้สึกว่าคนไทยมีความรักและเทิดทูนต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ในฐานะที่ตนเป็นชาวต่างชาติรู้สึกดีใจที่ได้มีโอกาสร่วมลงนามถวายพระพร และขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว

* “เทพ โพธิ์งาม”ยึดมั่นพอเพียง
   
ด้านพระอธิการ ภัควัฒน์ ภิคครุฑโฒ วัดถ้ำเขากะล่อม อ.พรานกระต่าย จ.กำแพง เพชร นำพระพุทธรูปเชียงแสนทำจากบุษรา คัม ซึ่งชาวบ้านงมขึ้นมาได้จากแม่น้ำโขง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ส่วน “เทพ โพธิ์งาม” ศิลปินตลกชื่อดังเดินทางมาพร้อมครอบครัว กล่าวว่า ดีใจมากที่ได้มีโอกาสมาลงนามถวายพระพร พระองค์ท่านเปรียบเสมือนพ่อของแผ่นดินที่ดูแลคนไทย มายาวนาน สิ่งที่พระองค์ทรงทำเป็นตัวอย่างนั้นไม่ต้องใช้เงินมหาศาล แต่เป็นโครงการที่ พอเพียงเพื่อให้คนไทยได้รับประโยชน์ เมื่อเดินทางมาก็ทราบข่าวว่าพระองค์เสด็จพระราชดำเนินลงมาก็รู้สึกเสียดาย ที่มาไม่ทัน แต่ก็ดีใจเหมือนกับชาวไทยทั่วประเทศที่เห็นพระองค์มีพระพลานามัยแข็งแรง

*ผู้นำอาเซียนร่วมลงนาม
   
ส่วนที่โรงแรมเชอราตัน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เมื่อเวลา 15.30 น. วันเดียวกัน นายลี เซียน ลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ได้ร่วมลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว นอกจากนี้ยังมีบรรดาผู้นำของแต่ละประเทศได้ร่วมลงนามถวายพระพร ณ โรงแรมที่พักด้วย อาทิ นายยูกิโอะ ฮาโตยามา นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น และดาโต๊ะ ซรี โมฮัมหมัด นาจิบ บิน ตุน อับดุล ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เป็นต้น.

*ติดภาพพระบรมฉายาลักษณ์
   
ต่อมาเวลา 18.30 น. ที่ศาลา 100 ปีศิริราช เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังได้นำภาพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัว ขณะเสด็จพระราชดำเนินเมื่อช่วงกลางวันที่ผ่านมา จำนวน 6 รูป ขนาด 8x12 นิ้ว มาติดไว้ที่บริเวณบอร์ดภายในอาคาร เพื่อให้ประชาชนที่เดินทางมาลง นามถวายพระพรได้ชื่นชมพระบารมี โดย ระหว่างเจ้าหน้าที่กำลังติดได้มีประชาชนมามุง ดูด้วยสีหน้าปลาบปลื้มยิ่งนัก นอกจากนี้บางคนนำกล้องดิจิทัลและกล้องมือถือขึ้นมาบันทึกภาพเก็บเอาไว้เป็น สิริมงคลแก่ครอบครัว ส่วนผู้มาลงนามถวายพระพรวันนี้ 19,581 คน ยอดรวมทั้งสิ้น 726,263 คน.

เดลินิวส์

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงเล่าพระอาการของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้คนไทยในอิตาลีฟัง ความว่า ทรงทำกายภาพบำบัด และ ใกล้เสด็จออกจากโรงพยาบาล ...
วันนี้ (26 ต.ค.) โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ได้เผยแพร่ข่าว สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จฯ เยือนสาธารณรัฐอิตาลีและทรงให้คนไทยในอิตาลีเข้าเฝ้าฯ พร้อมทรงเล่าถึงพระอาการ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ฟังดังนี้

"ต้อง ค่อยเป็นค่อยไป ในขณะนี้ได้ทรงลุกจากเตียงด้วยพระองค์เองได้แล้ว และทรงยืนโดยใช้วอล์กเกอร์ ได้ แต่คงอีกสักพักกว่าที่จะทรงพระราชดำเนินได้  ค่อยๆ ทำกายภาพบำบัด  ซึ่งการทำกายภาพบำบัด ข้าพเจ้าเคยทำกายภาพบำบัด ไม่สนุกเลย แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเข้มแข็งมาก และทรงตั้งพระทัยที่จะทำกายภาพบำบัด อย่างสม่ำเสมอวันละหลายครั้ง

เมื่อ ข้าพเจ้าบินมานี่แล้ว ได้ทราบว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯลงจากห้องประทับไปถวายสักการะพระรูปหล่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราช ชนนี กับ พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ที่ศาลาศิริราช 100 ปี และ มีราษฎร ได้เข้าเฝ้าฯ อยู่โดยรอบ ทุกคนดีใจที่ได้เข้าเฝ้าฯ​ พระองค์ท่าน หลังจากที่ไม่ได้เห็นพระองค์มานานหลายอาทิตย์​ รู้สึกทุกคนดีใจ ข้าพเจ้าก็ดีใจด้วย  ธรรมดาแล้วข้าพเจ้าเฝ้าฯ ทุกวัน คนที่ไปเฝ้าที่โรงพยาบาลศิริราช ที่นอนที่นั่น มีสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ทรงเฝ้าฯ และทรงถวายกำลังพระทัยอยู่ตลอดเวลาและมีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ทรงประทับค้างที่นั่น และตัวข้าพเจ้าค้างที่โรงพยาบาลศิริราชเช่นกัน คอยดูพระอาการที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ และคอยช่วยกันถวายกำลังพระทัย

พยายาม จะหาวิธีที่ให้พระองค์ทรงพระสรวล หาเรื่องตลกเล่าให้พระองค์ฟัง เอาภาพยนตร์ตลกๆ ให้พระองค์ทอดพระเนตรบ้าง และเปิดเพลงถวาย พยายามให้พระองค์เพลิดเพลิน แต่คิดว่าอีกไม่นานคงจะเสด็จฯ ออกจากโรงพยาบาลได้"

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหลวง ในหลวง

วันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11551 มติชนรายวัน

มติชน
"ราชินี"อ่านจม.ถวาย"ในหลวง" ทรงปลื้มพระทัย

ตัวแทนชาวกะเหรี่ยงเขียน ให้"พ่อหลวง"หายประชวร


ประชาชน
ประชาชน จำนวนมากดูภาพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่เสด็จฯ ลงจากชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช ประทับรถเข็นไฟฟ้าไปยังตึกสยามินทร์ เมื่อวันที่ 23 ตุลาคมที่ผ่านมา ระหว่างมาร่วมลงนามถวายพระพร ที่โรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม

ในหลวง ทรงปลื้มพระทัย หลังพระราชินีทรงอ่านจดหมายตัวแทนชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง"เชียงใหม่"ห่วง"พ่อ หลวงไม่สบาย ขอให้หายจากอาการไม่สบายโดยเร็ว อยู่คู่กับคนไทยไปนานๆ" ทรงขอพระบรมราชานุญาตเผยแพร่ต่อ"ปชช." พสกนิกรเนืองแน่นศิริราช ถวายพระพรไม่ขาดสาย

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงขอพระบรมราชานุญาตเผยแพร่จดหมายที่ตัวแทนชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงทูลเกล้าฯ ถวายผ่านราชเลขานุการฯ แสดงความเป็นห่วงในหลวง ได้รับการเปิดเผยจากท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ รองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ว่า ตัวแทนชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงบ้านจันทร์ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ได้เขียนจดหมายถึงท่านผู้หญิงมนัสนิตย์ วณิกกุล ราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ศาลารวมใจ อ.แม่แจ่ม เพื่อแสดงความรู้สึกถึงข่าวพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวร กองราชเลขานุการฯได้นำจดหมายดังกล่าวขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งประทับเฝ้าพระอาการพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงอ่านจดหมายดังกล่าวถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปลื้มพระทัย และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงขอพระบรมราชานุญาตนำมาเผยแพร่ต่อประชาชน

สำหรับ จดหมายดังกล่าวมีใจความว่า "ศาลารวมใจบ้านจันทร์ 16 ตุลาคม 2552 เรื่อง พ่อหลวงไม่สบาย ชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง รัก เป็นห่วงมาก เรียนท่านผู้หญิงมนัสนิตย์ วณิกกุล เมื่อทราบข่าวว่าพ่อหลวงไม่สบาย ชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงตั้งจิตอธิษฐาน ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในบ้านจันทร์ คุ้มครองรักษาพ่อหลวงหายจากอาการไม่สบายโดยเร็ว อยู่คู่กับคนไทยไปนานๆ พ่อหลวงองค์เดียวของแผ่นดิน พ่อองค์เดียวนี้หาไม่มี เมื่อพ่อหลวงสุขสบาย กะเหรี่ยงยิ้มแย้ม มีกำลังใจ เมื่อพ่อหลวงไม่สบาย กะเหรี่ยงเมื่อยล้า หมดแรง อบอุ่นใดไม่เหมือนอบอุ่นอยู่กับพ่อหลวงของเรา กะเหรี่ยงเกิดมาร่วมชาติกับพ่อหลวงไม่มีอะไรตอบแทน นอกจากขอเป็นคนดีของคนไทย รักและเป็นห่วงพ่อหลวงมาก ลงชื่อนางวราภรณ์ คำมิสอน เป็นตัวแทนชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง"

เวลา 18.40 น. ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ รองราชเลขานุการ ในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ให้สัมภาษณ์ว่า จดหมายดังกล่าวได้ถูกส่งมาถึงราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และกองราชเลขาฯ ได้นำจดหมายขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และทรงอ่านจดหมายดังกล่าว ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงปลื้มพระทัย เป็นอย่างมาก

ท่าน ผู้หญิงจรุงจิตต์กล่าวว่า ทั้งนี้เห็นว่าชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงรักและเป็นห่วงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัวเป็นอย่างมาก อาจจะเป็นเพราะพระองค์เคยเข้าไปช่วยเหลือและจัดทำโครงการหลวง เมื่อ 30 ปีก่อนหน้า นอกจากนี้บนจดหมายที่เขียนว่า ศาลารวมใจบ้านจันทร์ก็เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้สร้างศาลาขึ้นมา ชื่อศาลารวมใจ ที่บ้านดังกล่าวโดยเป็นห้องสมุดเล็กๆ ให้ประชาชนได้อ่านหนังสือ ขณะเดียวกันยังมีกล่องยาสามัญประจำบ้านไว้บริการประชาชนอีกด้วย เลยทำให้ชาวบ้านรักและผูกพันกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นอย่างมาก

ท่าน ผู้หญิงจรุงจิตต์ยังกล่าวอีกว่า หลังจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวร สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงประทับเฝ้าพระอาการพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่โรงพยาบาลศิริราช มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบัน

สำหรับ บรรยากาศการลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ศาลาศิริราช 100 ปี ยังคงมีคณะบุคคลและประชาชนจำนวนมากมาร่วมลงนามถวายพระพรในสมุดที่เจ้า หน้าที่สำนักพระราชวังได้จัดเตรียมไว้อย่างต่อเนื่อง และเนื่องแน่นมากขึ้นมากกว่าวันอื่นๆ หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินประทับรถเข็นไฟฟ้าลง มาจากอาคารเฉลิมพระเกียรติ เมื่อวันที่ 23 ตุลาคมที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน บริเวณพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม สมเด็จพระบรมราชชนก มีประชาชนจำนวนมากจุดธูปขอพรให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหายจากพระ อาการประชวรโดยเร็ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับส่วนบุคคลที่มีชื่อเสียงมาลงนามอวยพร อาทิ นางเอเอ มู อุปทูตสหภาพพม่าประจำประเทศไทย ตัวแทน พล.อ.เต็ง เส่ง นายกรัฐมนตรีพม่า นำดอกไม้มาถวายพระพรแทนเนื่องจากติดประชุมผู้นำอาเซียน และยังมีศิลปินวงแฮมเมอร์ คณะองค์กรพัฒนาสตรี อ.ศรีคิ้ว จ.นครราชสีมา พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ อดีตคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) อาจารย์จากโรงเรียนพิจิตร วิทยาคม จังหวัดพิจิตร พร้อมนักเรียน 150 คน สมาคมมวยไทยแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ นำแจกันดอกไม้มาถวายพระพรให้หายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว ก่อนจะไปแข่งขันที่เมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม และมีเจ้าอาวาสจากวัดกาฐมาณฑุ เมืองหลวงประเทศเนปาล ชื่อ "ตันเป" มาถวายพระพรพร้อมสวดมนต์เป็นภาษาเนปาลเพื่อให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดย เร็ว

นางสุวรรณา เกณฑ์น้ำเที่ยง อายุ 53 ปี ชาวหนองแขม กทม. กล่าวว่า ทุกเช้าจะนัดกันกับเพื่อนรวม 3 คน มีนางปราณี แจ้ว่อง อายุ 62 ปี และนางจอย หมื่นมะเริง อายุ 64 ปี มาลงนามถวายพระพรทุกวัน รวม 35 วันแล้ว

นาง จอยกล่าวว่า เมื่อวันที่ 23 ตุลาคมที่ผ่านมา เป็นวันที่ได้ใกล้ชิดในหลวงมากที่สุด รู้สึกปลาบปลื้มจนน้ำตาไหลที่พระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวรแล้ว และในคืนวันที่ 23 ตุลาคม เป็นคืนที่ตนนอนหลับได้สนิทที่สุด

นาง สว่าง จิตรวันทา อายุ 69 ปี ชาววารินชำราบ จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า เหมารถตู้มาด้วยกัน 15 คน ตั้งแต่เมื่อวันที่ 23 ตุลาคมที่ผ่านมา เพื่อมาลงนามถวายพระพร เพราะดูจากข่าวแล้วยังไม่สบายใจ พอได้มาลงนามแล้วรู้สึกดีขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้นำอาเซียนและประเทศคู่เจรจาที่มาร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 15 และการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในไทยระหว่างวันที่ 23-25 ตุลาคม ยังได้ร่วมลงนามถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อาทิ นายนาจิบ ราซัก นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และนายยูกิโอะ ฮาโตยามา นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ลงนามในสมุดถวายพระพรที่จัดไว้ในบริเวณโรงแรมที่พัก ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นยังแสดงความยินดีต่อพระอาการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัวที่สามารถเสด็จออกจากห้องที่ประทับได้ และทรงหายจากพระอาการประชวร มีพระพลานามัยแข็งแรง พร้อมกับย้ำถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและยาวนานระหว่างราชวงศ์ไทยและญี่ปุ่น ระหว่างการหารือกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีด้วย

วัน เดียวกัน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ทวิตข้อความผ่านเว็บไซต์ Twitter.com ถึงกรณีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินประทับบนรถเข็นไฟฟ้า ลงจากอาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช ว่า "เมื่อวานนี้ผมและคนไทยทั้งประเทศมีความสุขที่ได้เห็นพระเจ้าอยู่หัวของเรา เสด็จฯประทับรถเข็นลงมาจากห้องประทับ ขอจงทรงหายประชวร พระพลานามัยแข็งแรง ผมทราบข่าวไม่กรองมาว่า ช่วงน้ำท่วม กทม. ได้ทรงนำแผนที่มาทอดพระเนตรเพื่อแก้ปัญหาโดยการเร่งระบายน้ำจนแพทย์ต้องนำ แผนที่ออกไปเพราะต้องการให้ทรงพัก พระองค์ทรงห่วงพสกนิกรของพระองค์ทั้งๆ ที่ทรงพระประชวร โดยเฉพาะเรื่องน้ำซึ่งทรงพระปรีชาที่สุด จากการที่เคยถวายงานมานาน ผมเชื่อว่าน่าจะเป็นข่าวจริง

"นักการเมือง ที่เคยถวายงานใกล้ชิดในเรื่องน้ำโดยเฉพาะน้ำท่วมก็จะมีนายกฯบรรหาร (นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี) นายกฯสมัคร (นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี) และผม ทั้ง 3 คนก็มีอันเป็นไป ถูกแบนทางการเมืองไป ขอฝากบอกผู้ที่เกี่ยวข้องและยังอยู่ในการเมืองปัจจุบันได้ช่วยกันนำรับสั่ง ที่ทรงห่วงใยมาใส่เกล้าปฏิบัติไม่เช่นนั้นจะทรงกังวลเพราะทรงห่วงและรัก พสกนิกร" พ.ต.ท.ทักษิณระบุ

ที่วัดป่าขันติธรรม บ้านยาง ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ เวลา 14.30 น. พระวิรพล ฉัตติโก หรือหลวงปู่เณรคำ ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม นำพุทธศาสนิกชนชาว จ.ศรีสะเกษ และพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ 1,500 คน นุ่งขาวห่มขาวนั่งอธิษฐานจิตปฏิบัติธรรมภาวนาเบื้องหน้าองค์พระแก้วมรกต จำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลกนาน 4 วัน 3 คืน เพื่อเป็นการร่วมใจกันปฏิบัติธรรม พร้อมทั้งจัดพิธีทอดมหากฐินทาน ต้นกฐินสูง 9 เมตร จำนวน 27 ต้น เพื่อหาเงินรายได้สมทบทุนในการก่อสร้างเครื่องทรง 3 ฤดูองค์พระแก้วมรกตจำลอง ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร

<<กลับสู่หน้าแรก>>