พระมหามณฑป

พระมหามณฑป ที่ประดิษฐานพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร (หลวงพ่อทองคำ)

 

 

    พระมหามณฑปหลวงพ่อทองคำ

ความร่วมมือร่วมใจของรัฐ ชุมชน และประชาชน

เมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน ทรงเปิดงานเทศกาลตรุษจีนไชน่าทาวน์เยาวราช ๒๕๔๙ และได้ทอดพระเนตร
แบบจำลองพระมหามณฑปฯ และนิทรรศการโครงการจัดสร้างพระมหามณฑปประดิษฐานพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร (หลวงพ่อทองคำ) วัดไตรมิตรวิทยาราม

     โครงการจัดสร้างพระมหามณฑปฯ เกิดขึ้นจากความร่วมมือร่วมใจของวัดไตรมิตรวิทยาราม ชาวชุมชนเยาวราช และสมาคมนักธุรกิจเขตสัมพันธวงศ์ในการริเริ่มรังสรรค์พระมหามณฑปหลังใหม่
ที่สง่างามสมฐานานุศักดิ์ของหลวงพ่อทองคำถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ การ
ออกแบบพระมหามณฑป ได้ดำเนินการอย่างพิถีพิถัน โดยได้รวบรวมผู้มีอัจฉริยภาพทางศิลปะระดับชาติในหลากหลายสาขามาร่วมกันสร้างสรรค์พุทธสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่าหลังนี้

     ในการจัดสร้างพระมหามณฑปประดิษฐานหลวงพ่อทองคำครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ชาวชุมชนเยาวราช พุทธบริษัทชาวไทย และผู้มีจิตศรัทธาจำนวนมากร่วมสมทบทุน
ในการจัดสร้างพระมหามณฑปฯ

     พระมหามณฑปหลวงพ่อทองคำจะเป็นพุทธสถาปัตยกรรมและสัญลักษณ์แห่งใหม่ของกรุงเทพมหานครที่มีคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรม มีความสง่างดงามสมบารมีองค์หลวงพ่อทองคำ ดึงดูดศรัทธาจากพุทธศาสนิกชนทั่วโลกรวมถึงเป็นศูนย์รวมน้ำใจของชาวชุมชนเยาวราช เขตสัมพันธวงศ์ และชาวพุทธทั้งปวงสืบไป

พระมหามณฑป

ภาพจาก www.goldenbuddha-thailand.com

พระมหามณฑปหลวงพ่อทองคำ สถาปัตยกรรมไทยประยุกต์

     พระมหามณฑปประดิษฐานหลวงพ่อทองคำ เป็นสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์ ออกแบบให้กลมกลืนกับรูปแบบของอาคารต่างๆ ของวัดไตรมิตรวิทยารามที่เป็นสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ โดยให้ความสำคัญกับความเรียบง่าย คงทน และความสง่างาม

     พระมหามณฑปเห็นอาคารจัตุรมุขทรงปราสาท โครงสร้างหลักเป็นคอนกรีตสำเร็จ ผนังภายนอกบุด้วยหินอ่อนไวท์คาร์ราร่าส่วนประกอบเครื่องยอด เช่น บันแถลง เป็นโลหะหล่อปิดทอง และได้เชิญตราสัญลักษณ์พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนม-พรรษา ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ มาประดับไว้ที่หน้าบันส่วนบนยอดสูงสุด ของพระมหามณฑป คือ ฉัตรโลหะ ๗ ชั้น

     พระมหามณฑปประดิษฐานหลวงพ่อทองคำ นอกจากจะเป็นพุทธสถาปัตยกรรมที่สานพลังศรัทธาของพุทธศาสนิกชนในองค์หลวงพ่อทองคำแล้ว ยังเป็นศูนย์รวมจิตวิญญาณของชุมชน รวมทั้งมีศูนย์ประวัติศาสตร์เพื่อการเรียนรู้วิถีชีวิตของชุมชนด้วย

พระพุทธรูปทองคำ

พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร

     "หลวงพ่อทองคำ" เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย สมัยสุโขทัย ซึ่งในระยะเวลาอันยาวนานหลายร้อยปี ได้ถูกอำพรางรูปพรรณที่แท้จริงไว้ภายใต้องค์พระพุทธรูปปูนปั้น ความเป็นพระพุทธรูปทองคำ
เพิ่งเป็นที่ประจักษ์ใน พ.ศ. ๒๔๙๘ ขณะประกอบพิธีอัญเชิญองค์พระไปประดิษฐาน ณ พระวิหารที่ก่อสร้างขึ้นหลังการบูรณะวัดครั้งใหญ่ เกิดเหตุเชือกรอกขาดระหว่างการเคลื่อนย้าย
องค์พระตกกระแทกพื้น ทำให้ปูนที่พอกไว้กะเทาะออกมาบางส่วน มองเห็นทองคำวาวแววอยู่ภายใน

     ปรากฏการดังกล่าวเสมือนเป็นนิมิตหมายแห่งความเจริญรุ่งโรจน์ของประเทศชาติ และความร่มเย็นเป็นสุขของพสกนิกรทุกหมู่เหล่าภายใต้พระบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ภูมิพลอดุลยเดชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามหลวงพ่อทองคำว่า "พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร" พระศรีนครินทราบรมราชชนนี ได้เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสม
เด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ไปนมัสการและทรงบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ยอดพระเกตุมาลา เมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๙๙

สมเด็จย่าพิจารณาพระเกตุมาลา

สมเด็จย่าได้พิจาณาพระเกตุมาลา หลวงพ่อทองคำ

     หลวงพ่อทองคำหล่อด้วยทองคำแท้มีน้ำหนักถึง ๕.๕ ตัน สูง ๓.๐๔ เมตร ซึ่ง "กินเนสส์บุค" หนังสือบันทึกสิ่งมหัศจรรย์ที่สุดของโลก ได้บันทึกเมื่อ ค.ศ. ๑๙๙๑ ว่าเป็นพระพุทธรูปทองคำ
ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก กิตติศัพท์ของหลวงพ่อทองคำแผ่กว้างไกลไปทั่วโลก ในฐานะโบราณวัตถุล้ำค่าที่มีอายุกว่า ๗๐๐ ปี ของประเทศไทย......

 

      <<กลับหน้าแรก>>                                                                                            <<กลับด้านบน>>

    เข้าสู่หน้า กระดานบอร์ด